Top Ideas in Buddhism

0
25

Nowadays many Buddhists understand that merit
making is all about almsgiving and expecting a
result in return. Some even make merit by “buying
merit” to ensure their wish is fulfi lled, nor for the sake of
giving.
The Buddha taught ten meritorious deeds for us
to perform in order to gain a happy and peaceful life.
The deeds include almsgiving, observing the precepts,
practicing meditation, paying reverence to elders, helping
others, devoting merits to others, rejoicing in other’s
merits, listening to Dhamma discourses, teaching Dhamma
and correcting one’s wrong views.
Among those actions, paying reverence to elders or
benefactors is very important, especially paying respect
toward parents, relatives, venerable teachers, and those
deserving respect.
The Buddha once shared the story of a bird, a monkey
and an elephant which lived by a large tree. They decided
to give a priority to the elder ones, by measuring their
age with the tree. The elephant remembered it to be as
big as a bush when he was a baby. The monkey remembered that he

ate its leaves on the top when he was little.
The bird said there was a great tree nearby, whose seeds
he ate and pooped where the tree now was. They decided
that he was the eldest, followed by the monkey and the
elephant due to their respective experience.
The Buddha said, “Those, who have wisdom in
Dhamma, will respect their seniors. Such people will be
praised in this life, and be happy in the next life”.
Apart from almsgiving, nine out of the 10 meritorious
actions do not require money to yield great benefits.
Therefore, Buddhists should follow all of the deeds,
instead of focusing on almsgiving only to cultivate merits
that lead to the freedom from selfishness and ego.

จจุบันชาวพุทธมักเข้าใจว่า การทำาบุญคือการไปทำาทาน
เสียส่วนใหญ่ และกลับมุ่งหวังผลที่ได้จากการทำาบุญ
เลยเถิดไปจนเป็นการ “ซื้อบุญ” กลายเป็นทำาบุญด้วยตัณหา
ทั้งที่การทำาบุญนั้นก็เพื่อให้รู้จักสละความยึดมั่นในวัตถุ พระพุทธองค์ทรงสอนวิธีการบำาเพ็ญบุญที่ทำาให้เกดอานิสงส์ถึง ิ 3 แบบ
คือ บุญที่สำาเร็จด้วยทาน ศีล และภาวนา หรือรวมเรียกว่าบุญ
กริยาวัตถุ ิ 10 ประการ ได้แก่ บุญเกดจากการให้ทาน รักษาศีล ิ
เจริญภาวนา การให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ การช่วยเหลือ
ส่วนรวม การอุทิศบุญและให้ผู้อื่นมีส่วนในบุญ การฟังธรรม
การแสดงธรรม และการทำาความเห็นให้เป็นสัมมาทิฐิ
สำาหรับบุญข้อที่สี่ ความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่และผู้มี
พระคุณนั้นสำาคัญมาก ทั้งต่อผู้มีวัยวุฒิ คือ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง
และผู้สูงอายุ ต่อผู้มีคุณวุฒิหรือคุณสมบัติ คือ ครูอาจารย์
พระภิกษุสงฆ์ และต่อผู้มีชาติวุฒิ คือ พระมหากษัตริย์และ
เชื้อพระวงศ์
พระพุทธองค์ทรงเล่าเรื่องถึงสัตว์สามสหาย คือ นกกระทา
ลิง และช้าง ที่อาศัยต้นไทรใหญ่ในป่าหิมพานต์ให้ฟังว่า ทั้งสาม
อยู่อย่างไม่เคารพยำาเกรงต่อกัน แต่เมื่อได้ถามกันและกันว่ารู้จัก
ต้นไทรนี้เมื่อไหร่ ฝ่ายช้างตอบว่าสมัยที่เป็นลูกช้าง เราเห็น
ต้นไทรตั้งแต่เป็นพุ่มไม้ ฝ่ายลิงบอกว่าเราเป็นลูกลิงนั่งอยู่พื้นดิน
เคี้ยวกนหน่ออ่อนของต้นไทร ส่วนนกกระทาตอบว่า เพราะเรา ิ
ไปกนผลของต้นไทรที่อยู่ที่อื่นแล้วมาถ่ายอุจจาระลงในที่นี้ จึง ิ
ทำาให้มีต้นไทรต้นนี้ขึ้น สัตว์ทั้งสามจึงได้รู้ลำาดับอาวุโสกัน ตั้งแต่
นั้นมาลิงและช้างจึงต่างอยู่ในโอวาทของนกกระทาด้วยความ
เคารพต่อกัน
แล้วพระพุทธองค์จึงตรัสสอนว่า “นรชนเหล่าใดฉลาดใน
ธรรม ย่อมอ่อนน้อมผู้ใหญ่ นรชนเหล่านั้นได้รับสรรเสริญใน
โลกนี้และในสัมปรายภพ ก็มีสุคติในเบื้องหน้า” รวมทั้งอายุ
วรรณะ สุขะ พละ จะเจริญแก่บุคคลผู้กราบไหว้เป็นปกติ
ผู้อ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญเป็นนิตย์อีกด้วย
จะเห็นได้ว่าการกระทำาที่เป็นบุญที่ได้กล่าวมานั้น มีเพียง
ข้อแรกที่เป็นการทำาทานและต้องอาศัยปัจจัย นอกนั้นไม่ต้อง
อาศัยตัวเงิน แต่กลับได้อานิสงส์สูง ดั่งเช่นท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่
ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะเหตุที่ท่านได้เคยทำาบุญด้วยการ